ตั้ง iPuYing.com เป็นหน้าแรก | ติดต่อโฆษณา
เรื่องผู้หญิง ข่าวสารผู้หญิง เคล็ดลับสุขภาพ Beauty Trips Hair Intrend Hot Fashion แม่และเด็ก
เคล็ดลับสุขภาพ
ภัยเงียบอันตรายหลับใน พลาดพลั้งอุบัติเหตุถึงชีวิต



    ในส่วนปัญหาอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือช่วงวันหยุดยาวติดต่อกันหลาย ๆ วัน ถือเป็นอีกปัญหาใหญ่ ทุกปีหน่วยงานภาครัฐก็พยายามระดมสรรพกำลังทุกรูปแบบเพื่อ "ปิดช่องโหว่" หวังลดการเกิดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียไม่ว่าจะตาย-เจ็บ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสเดินทางไปเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่กับครอบครัวแบบมีความสุขทั้งไปและกลับ สิ่งหนึ่งที่เริ่มถูกนำมาหยิบยกอยู่ร่วมในการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุอีกเรื่อง "อาการหลับใน" บางครั้งแม้ผู้ขับขี่ จะอยู่ในอาการหลับใน ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงอย่างไม่คาดคิด

    โดยจากข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจะพบว่า การหลับในมีส่วนเกิดอุบัติเหตุในขณะขับรถมาเป็น "อันดับที่ 4" รองลงมาจาก 1. เมาแล้วขับ 2. ขับเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และ 3. ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ภาวะง่วงนอนขณะขับรถ หรือที่เรารู้จักกันดีคือ การหลับใน จึงนับเป็นอีกเรื่องอันตรายแบบไม่คาดคิด เพราะการอดนอนอาจส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุเช่นเดียวกันกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมอง โดยเฉพาะส่วนประมวลผล ทำให้การตัดสินใจและการตอบสนองช้าลง จากข้อมูล พบว่าในประเทศไทยผู้ขับขี่มากกว่า 50% เคยประสบปัญหาง่วงนอนขณะขับขี่ยานพาหนะ

    การหลับในสามารถคร่าชีวิต ได้ในเวลาเพียง 4 วินาที ถ้าหากรถวิ่งด้วยความเร็ว 90 กม./ชม. รถจะวิ่งต่อไปอีก 100 เมตรโดย ที่ไม่มีการควบคุม ลักษณะการชนจึงรุนแรงมากเพราะคนขับไม่ได้หักหลบหรือเหยียบเบรก ทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ทันที

    อย่ามองข้ามสัญญาณเตือน "หลับใน"

    การหลับใน คือ การหลับในระยะเวลาสั้น ๆ หรือวูบเพียงชั่วครู่ เป็นภาวะที่ร่างกายมีการทำงานลดลง หรือช้าลง อาการพวกนี้จะน่าห่วงในขณะช่วงวิกฤติ อาทิ ขับรถ ทำงานโรงงานหรืออยู่ระหว่างกำลังใช้เครื่องไม้เครื่องมือ สาเหตุของการหลับในนั้น คือ ส่วนใหญ่มาจากพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานเป็นกะหรืออาจจะต้องมีการควงเวร คนที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งจะน่าห่วง ในพวกคนทำงานกลางคืนและสถานบันเทิงต่าง ๆ คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคนอนหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ก็อาจจะเป็นสาเหตุของการหลับในได้ และคนที่รับประทานยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้ภูมิแพ้ เป็นต้น

    สัญญาณเตือนการหลับใน ได้แก่ สัญญาณทางร่างกาย เมื่อ ร่างกายกำลังจะเข้าสู่ภาวะหลับใน ร่างกายอาจเกิดอาการ หาวบ่อย กะพริบตาช้า ๆ หรือกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อให้ตื่น เห็นสิ่งต่าง ๆ ไม่ชัดเจน ร่างกายกระตุก หรือลืมตาไม่ขึ้น ต่อมาคือสัญญาณทางความคิด เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อาจช่วยให้แน่ใจว่าร่างกายกำลังจะหลับใน ซึ่งสังเกตได้จากความคิดของสมอง เช่น ไม่สามารถจดจำเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนได้ไม่สามารถจดจ่อกับงานหรือสิ่งที่ทำได้ ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ลดลง และตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ช้า เป็นต้น และสัญญาณจากพฤติกรรมการขับรถ หาวบ่อยและกะพริบตาถี่ ๆ ต่อเนื่อง มองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร ขับรถส่ายไปมาหรือออกนอกเส้นทาง ความจำหายจำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมาในช่วง 1-2 กิโลเมตรที่ผ่านมา หรือการฝันระยะสั้น ๆ โดยหากมีอาการ เหล่านี้หรือความรู้สึกง่วง ไม่ควรฝืนขับรถหรือทำงานที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินได้

    แนะแนวทางป้องกันการหลับใน

    วิธีการป้องกันการหลับในที่ดีที่สุดได้แก่ การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง อย่างน้อยก่อนวันเดินทาง ทานอาหารแต่พอดี อย่ากินอิ่มจนเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงได้ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนเดินทางไม่ควรกินยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม จิบน้ำบ่อย ๆ อย่าให้ขาดน้ำ เพราะการขาดน้ำจะทำให้อ่อนเพลียและเหนื่อยล้าง่าย ควรงดดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม ชา โกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง โดยเฉพาะช่วงบ่ายของวันก่อนเดินทางเพราะจะทำให้นอนหลับยากขึ้นหรือหลับไม่สนิท

    ที่สำคัญในวันเดินทางเมื่อรู้สึก เมื่อยล้าควรจอดรถพักหรือนอนหลับใน จุดที่ปลอดภัย อาจดื่มกาแฟร้อน หรือรับประทานผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยกระตุ้นประสาท แต่วิธีนี้จะได้ผลในระยะสั้นเท่านั้น และหากรู้ตัวว่าร่างกายไม่พร้อมไม่ควรเดินทางคนเดียว ควรหาคนนั่งไปเป็นเพื่อนหรือสลับกันขับรถด้วย

    อย่างไรก็ตามสถิติอุบัติเหตุของกระทรวงคมนาคม ถึงแม้สาเหตุมาจากอาการหลับใน จะมีเพียงประมาณร้อยละ 5 ของทั้งหมด จากอุบัติเหตุที่เกิด แต่การหลับในไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อผู้หลับในโดยตรงเท่านั้น แต่ยังทำให้ ผู้โดยสาร หรือ ผู้ที่นั่งอยู่ในรถ และ คู่กรณี ที่ประสบอุบัติเหตุจากสาเหตุหลับใน อาจจะต้องเสียชีวิตหรือบาดเจ็บไปด้วย.

    10 วิธี ช่วยให้นอนมีประสิทธิภาพ

    1. ควรเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน ทั้งวันทำงานและวันหยุด
    2. ไม่ควรงีบในเวลากลางวัน ถ้านอนกลางวันเป็นประจำ ไม่ควรงีบเกิน 30 นาที และไม่ควรงีบหลังบ่าย 15.00 น.
    3. หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนนอน
    4. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอาหารมื้อหนัก รสจัด เผ็ด หรืออาหารหวานอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน
    5. ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนนอน
    6. เตียงนอนควรเป็นเตียงที่นอนแล้วสบาย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม ระบายอากาศดี ไม่ควรมีแสงเล็ดลอด เข้ามา และไม่ควรมีเสียงดัง
    7. ควรผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล ไม่ควรดูภาพยนตร์ตื่นเต้น สยองขวัญก่อนนอน
    8. ควรใช้ห้องนอนเพื่อการนอนและกิจกรรมทางเพศเท่านั้น อย่าใช้ห้องนอนและเตียงนอนเป็นที่ทำงาน เล่นโทรศัพท์มือถือ ดูโทรทัศน์
    9. หากนอนไม่หลับภายใน 30 นาที ควรลุกจากที่นอนทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบา ๆ แล้ว กลับมานอนใหม่อีกครั้งเมื่อง่วง
    10. รับแสงแดดให้เพียงพอในตอนเช้าอย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน เนื่องจากแสงแดดเป็นตัวควบคุมนาฬิกาชีวิตที่สำคัญ

    ควรปฏิบัติตามคำแนะนำติดต่อกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ จะช่วยให้หลับได้ดี มีความตื่นตัวในเวลากลางวันทำงานได้ดีขึ้น และสุขภาพทางกาย-ใจดีขึ้น.









สสส.


ข่าวสาร-บทความ อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
กด 5 จุด คลายง่วง ป้องกันอาการหลับใน ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
หลับในขณะขับรถ อันตรายที่ต้องระวัง
แนะประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถทางไกลช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ 2564 เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน
5 วิธีปฏิบัติ และ 5 วิธีแก้ง่วง ในการขับรถทางไกลในช่วงเข้าพรรษา
ห่วงสุขภาพคนขับรถทางไกล แนะท่ายืดเหยียด-บริหารหน้า คลายเมื่อย คลายเครียด แก้ง่วง
ผู้ป่วยโรคลมชักไม่ควรขับรถ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ
หลับในขณะขับรถ อันตรายที่ต้องระวัง
ผู้ป่วย 4 โรคนี้ไม่ควรขับรถตามลำพัง
กินยาแล้วง่วง..อย่าห่วงขับรถ
เลือกรองเท้าขับรถ-จัดเก็บสิ่งของถูกวิธี
 
หลับใน ขับรถ
 
Popular Tag : คำค้นยอดนิยม ผู้หญิง แฟชั่น เสื้อผ้า ความรัก สุขภาพ ความงาม
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
* นามแฝง หรือ e-mail คุณ
 
 
 
ดูทั้งหมด
พฤติกรรมป้องกันถุงใต้ตามาเยือน พฤติกรรมป้องกันถุงใต้ตามาเยือน
คาโมมายล์ ดอกไม้เพื่อผิวสวย คาโมมายล์ ดอกไม้เพื่อผิวสวย
เตือนอันตรายการฉีดวิตามินเข้าทางหลอดเลือด อาจเกิดการแพ้รุนแรงได้ เตือนอันตรายการฉีดวิตามินเข้าทางหลอดเลือด อาจเกิดการแพ้รุนแรงได้
แนะ 4 วิธีดูผิวหน้าหนาว ป้องกันโรคผื่นผิวหนังอักเสบ แนะ 4 วิธีดูผิวหน้าหนาว ป้องกันโรคผื่นผิวหนังอักเสบ
แนะนำวิธีดูแลผิวแห้งคันในผู้สูงวัย แนะนำวิธีดูแลผิวแห้งคันในผู้สูงวัย
ยืนยันข่าวจริง “รังสี UV เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง” ยืนยันข่าวจริง “รังสี UV เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง”
เรื่องที่น่าสนใจอัพเดทประจำวัน
How to “เก็บ” ยังไงให้หาเจอ How to “เก็บ” ยังไงให้หาเจอ
เรือนเวลาอาร์โซรุ่นใหม่ ARCEAU H deco (อาร์โซ อาช เดโค) เรือนเวลาอาร์โซรุ่นใหม่ ARCEAU H deco (อาร์โซ อาช เดโค)
สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ อย่างไรให้ปลอดภัย สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ อย่างไรให้ปลอดภัย
งานผิวต้องมา! หมอโอ๊ค แนะนำ 5 วิธีดูแลผิวให้สวยใส ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี งานผิวต้องมา! หมอโอ๊ค แนะนำ 5 วิธีดูแลผิวให้สวยใส ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี
วุฒิศักดิ์ปรับแผนการตลาดแปลงโฉมสเนลเอทดึง ฌาร์ม เป็นพรีเซนเตอร์คนแรก วุฒิศักดิ์ปรับแผนการตลาดแปลงโฉมสเนลเอทดึง ฌาร์ม เป็นพรีเซนเตอร์คนแรก
เรือนเวลาแอร์เมส กาล็อป (GALOP D’HERMS) เรือนเวลาแอร์เมส กาล็อป (GALOP D’HERMS)
 
 
ข่าวสารบทความ |เซ็กส์ ความรัก | เคล็ดลับสุขภาพ | Beauty Trips | Hair Intrend | Hot Fashion | แม่และเด็ก