ตั้ง iPuYing.com เป็นหน้าแรก | ติดต่อโฆษณา
เรื่องผู้หญิง ข่าวสารผู้หญิง เคล็ดลับสุขภาพ Beauty Trips Hair Intrend Hot Fashion แม่และเด็ก
เคล็ดลับสุขภาพ
ลดน้ำหนักตามประสา คนมีปัญหาหัวใจ



     การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคหัวใจ

    มีคำถามจากผู้ป่วยท่านหนึ่ง: “ผมอายุ 50 ปี สูง 165 เซนติเมตร หนัก 75 กิโลกรัม เริ่มรู้สึกเจ็บหัวเข่าเวลานั่งพับเพียบ จึงอยากออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ผมมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ ไม่ทราบว่าจะใช้วิธีเดินออกกำลังกายได้ไหมครับ”

    ในฐานะแพทย์โรคหัวใจและเวชศาสตร์ฟื้นฟูหัวใจ ขอตอบดังนี้ครับ.. ผู้ถามเป็นคนอ้วน เนื่องจากดัชนีมวลกาย (น้ำหนักหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง) เกินกว่า 25 กก.ต่อตารางเมตร (ดัชนีมวลกายของผู้ถาม คือ 75 / 1.652 = 27.5) หรือ น้ำหนักเกินกว่า 68 กก. (น้ำหนักที่เกินแล้วถือว่าอ้วนของผู้ถาม คำนวณได้จาก ส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง คูณด้วยค่าดัชนีมวลกาย 25 กก.ต่อตารางเมตร คือ 1.65 x 1.65 x 25 = 68 กก.) การที่น้ำหนักเกินไป 7 กก. (75-68 กก.) เป็นสาเหตุหนึ่งของการเจ็บหัวเข่าเวลานั่งพับเพียบ การลดน้ำหนักจึงเป็นการแก้ที่ต้นเหตุ ส่วนโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ ไม่ทราบว่า เป็นโรคหัวใจอะไร แบบไหน จึงต้องแยกตอบเป็น 2 แบบ คือ

    แบบที่ 1 เป็นโรคหัวใจที่รุนแรง มีโอกาสเสี่ยงสูง เวลาออกกำลังกาย เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงตามมา เช่น เสียชีวิตเฉียบพลัน หมดสติ เป็นต้น คงต้องไปพบแพทย์โรคหัวใจหรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อให้การกำกับดูแลการออกกำลังกายในโรงพยาบาลก่อนว่า ปลอดภัยพอแล้วจึงไปออกกำลังกายนอกโรงพยาบาลตามคำแนะนำของแพทย์

    แบบที่ 2 เป็นโรคหัวใจที่ไม่รุนแรง ไม่มีอาการอะไรผิดปกติที่สังเกตเองหรือผู้อื่นสังเกตได้เวลาออกกำลังกาย เช่น เดินขึ้นลงบันได 1 ชั้น หรือ เดินขึ้นสะพานลอยได้โดยไม่มีอาการอะไร ก็ให้ใช้การเดินเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุดแบบหนึ่ง เพียงแต่ใช้เวลาเดินให้มากขึ้น เป็นสองเท่า สามเท่า เพิ่มไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่แน่ใจว่า เราเองอยู่ในผู้ป่วยโรคหัวใจแบบที่ 2 หรือไม่ ก็ต้องปรึกษาแพทย์โรคหัวใจหรือเวชศาสตร์ฟื้นฟูก่อนครับ

    การเดินเพื่อลดน้ำหนัก มีหลายแบบ หลายวิธี เช่น เดินเร็ว(เดินจนร้องเพลงไม่เพราะแต่ยังพูดเป็นคำ ๆ) เดินแข่ง(เดินเร็วจนพูดไม่เป็นคำ) เดินจงกรม เดินสายพาน เดินขึ้นบันได เดินในน้ำ (ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว ไม่ควรเดินในน้ำที่มีระดับน้ำสูงกว่าลิ้นปี่ เพราะจะทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น) แต่วิธีที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจทุกคน คือการเดินบนพื้นราบตามปกติที่เคยเดิน(เดินอย่างนี้ตั้งแต่เกิด) แต่ให้เพิ่มระยะเวลาให้นานขึ้นเรื่อย ๆ เพิ่มจำนวนก้าวเดินให้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยใช้เครื่องนับก้าว หรือแอปพลิเคชันในโทรศัพท์ที่สามารถนับก้าวเดิน เช่น My Act ให้ได้มากกว่า 5 พันก้าวต่อวัน แล้วเพิ่มเรื่อย ๆ ให้ได้เกินหนึ่งหมื่นก้าว อีกวิธีคือ เดินเร็วเพิ่มเวลาขึ้นเรื่อย ๆ สะสมจนได้อย่างน้อย 90 นาทีต่อวัน แต่ถ้ามีอาการผิดปกติอะไรในระหว่างเดิน เช่น แน่นหน้าอก ใจสั่น เหนื่อย หายใจไม่สะดวก หน้ามืดจะเป็นลม ก็ให้นั่งพัก หายใจเข้าออกยาว ๆ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นในห้านาที ก็สมควรจะไปพบแพทย์ตรวจร่างกาย และ/หรือ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ดังนั้น ควรเดินในที่สาธารณะ มีเพื่อนเดินไปด้วย หรือมีวิธีขอความช่วยเหลือ เวลาฉุกเฉิน เช่น นกหวีด หรือ แอปพลิเคชัน Fast track หรือ EmerPlus

    จะรู้ได้อย่างไรว่า การเดินของเรา แรงพอ มากพอ และนานพอ ที่จะลดน้ำหนักหรือยัง ก็ให้ชั่งน้ำหนักตอนเช้าหลังอุจจาระปัสสาวะเรียบร้อยแล้ว สวมเสื้อผ้าชุดเก่า เวลาเดิม เครื่องชั่งน้ำหนักเดิมสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า 0.3-0.5 กก. แสดงว่า 3-7 วันที่ผ่านมา เรา ใช้ “พลังงาน” จากการเดินน้อยกว่า กิน “พลังงาน” จากอาหารเครื่องดื่ม ก็ต้องไป “ลดพลังงานจากอาหาร”(ลดอาหารประเภท แป้ง ทอด หวาน มัน) และ”เพิ่มเวลาเดินให้นานขึ้น” เช่น เดินรอบโต๊ะกินข้าวหลังอาหารทุกมื้อ เดินฟังทีวีแทนนั่งดูทีวีทุกวัน จนน้ำหนักไม่เพิ่มไม่ลดในเวลา 1 เดือน แสดงว่า การใช้พลังงาน การกินพลังงานของเราสมดุลแล้ว(กินเท่ากับใช้) ถ้าอยากจะลดน้ำหนัก ก็ให้ “ใช้พลังงานจากการเดิน” ให้มากขึ้น และลด “กินพลังงานจากอาหาร” ให้น้อยลงไปอีก น้ำหนักตัวก็จะลดลงเอง เดือนละกิโล(กรัม)สบาย ๆ ครับ แต่อย่าลดน้ำหนักเร็วเกินไป เราใช้เวลาเท่าไรในการเพิ่มน้ำหนัก ก็ใช้เวลาเท่านั้นในการลดน้ำหนักเช่นกัน









เครือข่ายคนไทยไร้พุง


ข่าวสาร-บทความ อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
เตือนผู้ป่วยโรคหัวใจต้องระมัดระวังก่อนทำฟัน
3 อาหารเพื่อสุขภาพ กินแล้วดี ห่างไกลจากโรคหัวใจ
ออกกำลังกายอย่างไรให้ปลอดภัยในผู้ป่วยโรคหัวใจ
โรคอ้วนลงพุง ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
วัตสัน ชวนเดินออกสเต็ป เพื่อสมทบทุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ
ไขมัน HDL ยิ่งสูง ยิ่งป้องกันโรคหัวใจ
เตือนคนน้อยเนื้อต่ำใจระวังโรคหัวใจทักทาย
นวดคอประจำลดความดันโลหิตชะลอโรคหัวใจ-หลอดเลือดสมอง
โรคหัวใจเต้นผิดปกติ มัจจุราชเงียบที่ทุกคนมองผ่าน
กินพริกขี้หนูสดช่วยลดความเสี่ยงเลี่ยงเป็นโรคหัวใจ
 
โรคหัวใจ ออกกำลังกาย
 
Popular Tag : คำค้นยอดนิยม ผู้หญิง แฟชั่น เสื้อผ้า ความรัก สุขภาพ ความงาม
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
* นามแฝง หรือ e-mail คุณ
 
 
 
ดูทั้งหมด
“ชื่นใจ บาย มิตรผล” สานต่อแนวคิด “คุณค่าน้ำตาลจากอ้อยธรรมชาติ สู่ผิวสวยสุขภาพดี” “ชื่นใจ บาย มิตรผล” สานต่อแนวคิด “คุณค่าน้ำตาลจากอ้อยธรรมชาติ สู่ผิวสวยสุขภาพดี”
ฟื้นฟูผิวให้เปล่งปลั่งดูอ่อนกว่าวัยด้วย Yehwadam First Serum จาก THE FACE SHOP ฟื้นฟูผิวให้เปล่งปลั่งดูอ่อนกว่าวัยด้วย Yehwadam First Serum จาก THE FACE SHOP
ชาร์ลอตต์ โอลิเวีย เปิดตัว “RAMi”ลิปสติกคอลเลคชั่นใหม่ ชาร์ลอตต์ โอลิเวีย เปิดตัว “RAMi”ลิปสติกคอลเลคชั่นใหม่
ดีเดย์ 1 ม.ค. 63 ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของพลาสติกไมโครบีดส์ ดีเดย์ 1 ม.ค. 63 ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของพลาสติกไมโครบีดส์
แพทย์ผิวหนังเตือน “ต่อเล็บ” เสี่ยงติดเชื้อลุกลาม แพทย์ผิวหนังเตือน “ต่อเล็บ” เสี่ยงติดเชื้อลุกลาม
ทำเล็บมือ เล็บเท้า ต้องเลือกร้านสะอาด ลดเสี่ยงติดเชื้อ เล็บเน่า ทำเล็บมือ เล็บเท้า ต้องเลือกร้านสะอาด ลดเสี่ยงติดเชื้อ เล็บเน่า
เรื่องที่น่าสนใจอัพเดทประจำวัน
เรือนเวลาอาร์โซรุ่นใหม่ ARCEAU H deco (อาร์โซ อาช เดโค) เรือนเวลาอาร์โซรุ่นใหม่ ARCEAU H deco (อาร์โซ อาช เดโค)
สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ อย่างไรให้ปลอดภัย สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ อย่างไรให้ปลอดภัย
งานผิวต้องมา! หมอโอ๊ค แนะนำ 5 วิธีดูแลผิวให้สวยใส ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี งานผิวต้องมา! หมอโอ๊ค แนะนำ 5 วิธีดูแลผิวให้สวยใส ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี
วุฒิศักดิ์ปรับแผนการตลาดแปลงโฉมสเนลเอทดึง ฌาร์ม เป็นพรีเซนเตอร์คนแรก วุฒิศักดิ์ปรับแผนการตลาดแปลงโฉมสเนลเอทดึง ฌาร์ม เป็นพรีเซนเตอร์คนแรก
เรือนเวลาแอร์เมส กาล็อป (GALOP D’HERMS) เรือนเวลาแอร์เมส กาล็อป (GALOP D’HERMS)
Checklist ! 5 ข้อ ทีนักกอล์ฟขาดไม่ได้ก่อนออกรอบ Checklist ! 5 ข้อ ทีนักกอล์ฟขาดไม่ได้ก่อนออกรอบ
 
 
ข่าวสารบทความ |เซ็กส์ ความรัก | เคล็ดลับสุขภาพ | Beauty Trips | Hair Intrend | Hot Fashion | แม่และเด็ก