ตั้ง iPuYing.com เป็นหน้าแรก | ติดต่อโฆษณา
เรื่องผู้หญิง ข่าวสารผู้หญิง เคล็ดลับสุขภาพ Beauty Trips Hair Intrend Hot Fashion แม่และเด็ก
เคล็ดลับสุขภาพ
หญ้าปักกิ่งกับการรักษาโรคมะเร็ง


        ยาปัจจุบ้นต้องนำเข้าจากต่างป ระเทศ ซึ่งมีราคาแพง ยังพบว่าผลข้างเคียงสูง สมุนไพรจึงเป็นอีกทางเลือกของผู้ป่วยโรคมะเร็ง 

   
    หญ้าเทวดาหรือหญ้าปักกิ่งหรือเล่งจือเฉ้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Murdania loriformis (Hassk) Rolla Rao et Kammathy อยู่ในวงศ์ Commelinaceae เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว แต่ไม่ใช่พืชในวงศืหญ้าทั่วไป เป็นไม้ล้มลุก สูง ประมาณ 7-10 ซ.ม. และอาจสูงได้ถึง 20 ซ.ม. ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว ความยาวไม่เกิน 10 ซ.ม. ดอกออกเป็นช่อที่ ปลายยอด รวมกันเป็นกระจุกแน่น กลีบดอกมีสีฟ้าปนม่วง ใบประดับกลม ยาวประมาณ 4 ม.ม. ร่วงง่าย เป็นพืชที่ ชอบดินร่วนหรือดินปนทราย งอกงามในที่มีแดดรำไร ไม่ต้องการน้ำมาก เพาะปลูกโดยการเพาะชำหรือเพาะเมล็ด ปลูกได้ง่ายและไม่จำเป็นต้องมีเนื้อที่มาก

      ตามสรรพคุณของตำรายาจีน จะใช้หญ้าปักกิ่งรักษาโรคในระบบทางเดินหายใจและกำจัดพิษ โดยจะใช้ทั้ง ต้นหรือส่วนเหนือดิน (ลำต้นหรือใบ) ที่มีอายุ 3-4 เดือน (ตั้งแต่เริ่มออกดอก)

   จุดประสงค์ของการใช้หญ้าปักกิ่ง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 
    1. การใช้หญ้าปักกิ่งในผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยมีสรรพคุณว่า
      - เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งดีขึ้น ลดความทุกข์ทรมาน บางรายมีอายุยืนยาวมากขึ้น
      - เพื่อช่วยลดอาการข้างเคียงของยาเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัด
    2. การใช้ในผู้ป่วยอื่นที่ไม่ใช่ผู้ป่วยมะเร็ง
      - เมื่อผู้ป่วยมีเม็ดเลือดขาวต่ำ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด เมื่อใช้หญ้าปักกิ่ง พบว่าเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
      - ผู้ป่วยเป็นแผลเรื้อรัง แผลอักเสบมีหนองหรือน้ำเหลืองไหล เมื่อใช้หญ้าปักกิ่ง พบว่าแผลแห้ง ไม่มี หนองและน้ำเหลือง

   ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา:
      - สารกลัยโคสฟิงโกไลปิดส์ (จี 1 บี) แสดงฤทธิ์ยับยั้งปานกลางต่อเซลล์มะเร็งเต้านมและลำไส้ใหญ่ (SW 120) โดยมีค่า ED50?16 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร
      - สารจี 1 บี แสดงผลปรับระบบภูมิคุ้มกัน
      - สารสกัดแอลกอฮอล์ของหญ้าปักกิ่งไม่ได้ช่วยยืดอายุ แต่ผลทางพยาธิวิทยาพบว่าสามารถลดความ รุนแรงของการแพร่กระจายของมะเร็งในหนูได้ จึงคาดว่าสารสกัดดังกล่าวอาจใช้ป้องกันการเกิด มะเร็งได้
      - สารสกัดหญ้าปักกิ่ง มีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ของยีนที่เกิดจากสารก่อกลายพันธุ์ชนิดต่างๆ เช่น AFB1
      - สารสกัดหญ้าปักกิ่งมีฤทธิ์เหนี่ยวนำเอนไซม์ DT-diaphorase ซึ่งมีบทบาททำลายสารพิษที่ ก่อให้เกิดมะเร็ง

   ความเป็นพิษ
      - ความเป็นพิษเฉียบพลัน น้ำคั้นจากหญ้าปักกิ่ง ไม่ทำให้เกิดความผิดปกติในด้านการเจริญเติบโต ชีวเคมีในเลือด และพยาธิสภาพของอวัยวะสำคัญในหนูขาว ค่า LD50 เมื่อให้โดยการป้อนในหนูขาว มากกว่า 120 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว ซึ่งเทียบเท่า 300 เท่าของขนาดที่ใช้รักษาในคน จัดว่า ค่อนข้างจะปลอดภัย
      - ความเป็นพิษเรื้อรัง พบว่า น้ำคั้นจากหญ้าปักกิ่งขนาดที่ใช้รักษาในคน มีความปลอดภัยเพียงพอ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน

   ขนาดและวิธีใช้แบบดั้งเดิม
      - ดื่มน้ำคั้น 2 ช้อนโต๊ะ (30 มิลิลิตร) วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นก่อนอาหาร ขนาดที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ น้ำหนักตัวเฉลี่ย 60 กิโลกรัม ถ้าเป็นเด็กควรลดขนาดลงครึ่งหนึ่ง
      - ถ้าใช้สำหรับการปรับระบบภูมิคุ้มกัน จะรับประทานยาไม่เกิน 4-6 สัปดาห์ และควรหยุดยาดังนี้
รับประทานติดต่อกัน 5-6 วัน หยุดยา 4-5 วันเช่นนี้จนกว่าครบกำหนด
      วิธีเตรียม นำส่วนเหนือดินหรือทั้งต้น น้ำหนักประมาณ 100-120 กรัม หรือจำนวน 6 ต้น ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และโขลกในครกที่สะอาดให้แหลก เติมน้ำสะอาด 4 ช้อนโต๊ะ (60 มิลลิลิตร) กรองผ่านผ้าขาวบาง
      ผลข้างเคียง ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น 0.5-1 องศาเซลเซียส
      ข้อควรระวัง หากใช้เกินขนาด จะมีผลกดระบบภูมิคุ้มกัน

    ข้อควรคำนึงในการดื่มน้ำคั้นหญ้าปักกิ่งสด     
      - หญ้าปักกิ่งเป็นสมุนไพรคลุมดิน ให้มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์จากดินมาที่ต้นและใบของ หญ้าปักกิ่ง การนำหญ้าปักกิ่งมารับประทานสดต้องแน่ใจว่า ได้ล้างหลายครั้งจนสะอาดปราศจาก เชื้อจุลินทรีย์ เพราะถ้าล้างไม่สะอาดเพียงพอ เมื่อดื่มน้าคั้นสดจากหญ้าปักกิ่ง ก็จะเป็นการดื่มเชื้อ จุลินทรีย์เข้าไปในร่างกายผู้ป่วย ซึ่งย่อมมีภูมิต้านทานต่ำ จึงอาจจะเป็นอันตรายมากกว่าคนปกติ
      - หญ้าปักกิ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายหญ้าอื่นๆหลายชนิด เช่น หญ้ามาเลเซีย ฯลฯ ซึ่งไม่มีประโยชน์ ทางยาเคยมีผู้บริโภคที่ซื้อหญ้าปักกิ่งตามท้องตลาดมาบริโภคด้วยราคาแพงแต่ไม่ใช่ชนิดที่ต้องการ ดังนั้นก่อนจะซื้อมาบริโภคจะต้องมั่นใจว่าเป็นหญ้าปักกิ่งที่ต้องการจริง
       - หญ้าปักกิ่งที่มีคุณประโยชน์ต่อผู้ป่วย ต้องเป็นต้นที่มีอายุที่เหมาะสมดังนี้ คือ หญ้าปักกิ่งที่ปลูก โดยการชำกิ่ง ต้องมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป ส่วนหญ้าปักกิ่งที่ปลุกด้วยการเพาะเมล็ด ต้องมีอายุ มากกว่า 5 เดือนขึ้นไป จากการศึกษาพบว่าหญ้าปักกิ่งที่มีอายุไม่ครบเวลาดังกล่าว จะไม่มีการ สร้างสาร G1b ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ทางยา

       ดังนั้นการซื้อหญ้าปักกิ่งมาบริโภคนั้น ต้องมั่นใจว่าเป็นหญ้าปักกิ่งจริง เก็บเกี่ยวในขณะที่มีอายุครบเกณฑ์ที่ กำหนดตามวิธีการเพาะชำนั้นๆ จึงจะได้คุณประโยชน์สูงสุดดังประสงค์ มิฉะนั้นก็จะเป็นการบริโภคหญ้าดังกล่าว ที่สูญเปล่า ไม่ได้คุณสมบัติตามต้องการและอาจจะได้รับพิษ ถ้าในกรณีเลือกสมุนไพรชนิดอื่นมาบริโภค

   ภาวะปัจจุบันของการพัฒนาหญ้าปักกิ่งที่ใช้เป็นยา
       ปัจจุบันองค์การเภสัชกรรม ได้นำเอาหญ้าปักกิ่งมาพัฒนาเป็นยาเม็ด โดยยาทุก 2 เม็ด มีคุณค่าเท่ากับ ต้นหญ้าปักกิ่ง จำนวน 3 ต้น โดยกำหนดขนาดรับประทาน ครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ตามน้ำหนักตัวของผู้ป่วย โดยมีระยะเวลาการรับประทานขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้ยาดังนี้ คือ

      1. ใช้เพื่อลดผลข้างเคียงจากรังสีบำบัดหรือยาเคมีบำบัดผู้ป่วยมะเร็ง จะรับประทาน 7 วัน หยุด 4 วัน
      2. ใช้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายและการกลับเป็นซ้ำอีก หลังจากการรักษาแล้ว โดยรับประทาน 7 วัน หยุด 4 วัน เช่นนี้ติดต่อกันประมาณ 1 ปี และตรวจมะเร็งปีละ 2 ครั้ง
      3. ใช้เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยที่ไม่ได้เป็นโรคมะเร็ง รับประทาน 7 วัน หยุด 4 วัน เช่นนี้ติดต่อกัน เป็นเวลานานไม่เกิน 6-8 สัปดาห์ โดยใช้เแพาะช่วงที่มีภูมิคุ้มกันต่ำเช่น ขณะติดเชื้อไวรัส









ที่มา ...สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

ข่าวสาร-บทความ อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
กินหญ้าปักกิ่ง..ต้านมะเร็งกันเถอะ
“มะเร็งในเด็ก” พบได้น้อยกว่าผู้ใหญ่มาก ครึ่งหนึ่งเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
8 อาหารเป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง
อาการเตือนโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ชายควรเริ่มตรวจคัดกรอง
“มะเร็ง รู้เร็ว หายได้” เดิน-วิ่ง สนับสนุนงานวิจัยเพื่อการรักษามะเร็งในอนาคต
แพทย์เผยคนดูแลสุขภาพดีก็เป็นมะเร็งได้ แนะเคล็ดลับต้านมะเร็ง
องุ่นแดงผลไม้มากคุณค่า..ผิวสวยแถมต้านมะเร็ง
One Gift for One Life วัคซีนเพื่อน้องป้องกันมะเร็งปากมดลูก
แพทย์เผยความลับของ “ขนุน” ช่วยคร่าโรคมะเร็งได้
“มะระ” ผักพื้นบ้านช่วยบรรเทาเบาหวานและมะเร็งเต้านม
 
หญ้าปักกิ่ง มะเร็ง
 
Popular Tag : คำค้นยอดนิยม ผู้หญิง แฟชั่น เสื้อผ้า ความรัก สุขภาพ ความงาม
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
* นามแฝง หรือ e-mail คุณ
 
 
 
ดูทั้งหมด
5 ของแสลงที่ควรหนีให้ห่างหลังการผ่าตัดเสริมนม 5 ของแสลงที่ควรหนีให้ห่างหลังการผ่าตัดเสริมนม
ผมสวยแบบไร้รังแค ผมสวยแบบไร้รังแค
หนาวแล้วมาดูแล “ผิวแห้งคัน...ป้องกันการติดเชื้อ” หนาวแล้วมาดูแล “ผิวแห้งคัน...ป้องกันการติดเชื้อ”
รักษา “โรคเซ็บเดิร์ม” ได้ด้วยเคล็ดลับบ้านๆ รักษา “โรคเซ็บเดิร์ม” ได้ด้วยเคล็ดลับบ้านๆ
Images Pro มาตรฐานสีผมโดนใจ การันตีไร้ผมเสีย Images Pro มาตรฐานสีผมโดนใจ การันตีไร้ผมเสีย
ดูแลสุขภาพผิวอย่างไร ให้พร้อมท้าลมหนาว ดูแลสุขภาพผิวอย่างไร ให้พร้อมท้าลมหนาว
เรื่องที่น่าสนใจอัพเดทประจำวัน
มนุษย์เงินเดือน เขาทำกันแบบไหนรับมือการทำงานในยุคดิจิทัล มนุษย์เงินเดือน เขาทำกันแบบไหนรับมือการทำงานในยุคดิจิทัล
'Let's Celebrate 2018' ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนด้วยซานต้ายักษ์ที่ใหญ่ที่สุด 'Let's Celebrate 2018' ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนด้วยซานต้ายักษ์ที่ใหญ่ที่สุด
SpeakUp SpeakOut หยุด...การกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงทุกรูปแบบ SpeakUp SpeakOut หยุด...การกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงทุกรูปแบบ
หยุด! คำร้ายครอบครัวด้วยคำพูดร้ายที่ไม่อยากได้ยิน หยุด! คำร้ายครอบครัวด้วยคำพูดร้ายที่ไม่อยากได้ยิน
ไอเดียเก๋ๆ แต่งบ้านส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไอเดียเก๋ๆ แต่งบ้านส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
มาร่วมกันสร้างสังคมนมแม่ ให้ยั่งยืนในงานสัปดาห์นมแม่โลก 2017 มาร่วมกันสร้างสังคมนมแม่ ให้ยั่งยืนในงานสัปดาห์นมแม่โลก 2017
 
 
ข่าวสารบทความ |เซ็กส์ ความรัก | เคล็ดลับสุขภาพ | Beauty Trips | Hair Intrend | Hot Fashion | แม่และเด็ก