ตั้ง iPuYing.com เป็นหน้าแรก | ติดต่อโฆษณา
เรื่องผู้หญิง ข่าวสารผู้หญิง เคล็ดลับสุขภาพ Beauty Trips Hair Intrend Hot Fashion แม่และเด็ก
Beauty tips
อย่าได้แคร์ “รังแค” รังควาน


       รังแค (Dandruff) เป็นภาวะที่เกิดจากเซลล์ผิวหนังบนศีรษะที่ตายแล้วหลุดลอกออกมามากเกินไปหรือเร็วเกินไป โดยตามวงจรปกติ เซลล์หนังศีรษะที่เกิดใหม่จะค่อยๆ เลื่อนจากใต้ผิวหนังขึ้นมาจนถึงผิวชั้นบนสุด และหลุดลอกออกไปในเวลาเฉลี่ยประมาณ 28 วัน ซึ่งเซลล์ที่หลุดออกจะมีขนาดเล็กจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ถ้าวงจรการผลัดเปลี่ยนเซลล์หนังศีรษะถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้น เช่น เกิดการหลุดลอกในระยะเวลาเพียง 7-21 วัน เซลล์ที่หลุดออกมาก็จะเป็นสะเก็ดสีขาวหรือเทาที่มีขนาดใหญ่จนมองเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า ซึ่งเราเรียกว่ารังแค แถมยังมีอาการคันศีรษะร่วมด้วย

      ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่ารังแคเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เชื่อว่า เชื้อราเซลล์เดียวที่เรียกว่า “เชื้อยีสต์” และฮอร์โมนแอนโดรเจนมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเกิดรังแค นอกจากนี้ภาวะที่ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่สบาย มีความเครียด รวมถึงการรบกวนหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นการรบกวนจากสารเคมีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม หรือการรบกวนทางกายภาพ ด้วยการเกา การถู ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดรังแคได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากสาเหตุใด รังแคเป็นสิ่งที่เราสามารถวินิจฉัยได้ไม่ยาก แต่หากไม่แน่ใจว่ามีโรคผิวหนังชนิดอื่นๆ เกิดขึ้นร่วมด้วยหรือไม่ ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์

    การดูแลตัวเอง   

     * สระผมทุกวันด้วยยาสระผมขจัดรังแคอย่างอ่อน เพื่อขจัดไขมันส่วนเกิน แต่ควรสระผมด้วยน้ำเย็น เพื่อช่วยให้หนังศีรษะไม่แห้งและลอกเป็นขุย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดรังแค แถมยังทำให้ผมดูนุ่มสลวย เงางามอีกต่างหาก
     * เปลี่ยนชนิดของยาสระผมถ้าใช้ไม่ได้ผล
     * ใช้ยาสระผมหลายชนิดสลับสับเปลี่ยนกัน เพื่อลดการดื้อต่อตัวยา
     * หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ตกแต่งทรงผม เช่น เจลแต่งทรงผม มูส สเปรย์ฉีดผม เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจสะสมบนเส้นผมและหนังศีรษะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา
     * ปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติหลังสระผม
     * แปรงผมเบาๆ ตั้งแต่หนังศีรษะจนถึงปลายผม ด้วยหวีซี่ห่างๆ แต่ไม่ควรใช้หวีที่แข็งเกินไป หรือหวีซี่ถี่ๆ เพราะอาจจะดึงเส้นผมให้หลุดร่วงมากขึ้น
     * อย่าเกาหรือถูหนังศีรษะแรงๆ
     * การใช้น้ำผสมน้ำมันหอมระเหยจากโรสแมรีหรือลาเวนเดอร์ หรือใช้น้ำมัน 2-3 หยด ถูให้ทั่วหนังศีรษะ อาจช่วยลดการเกิดรังแคได้
     * ฝึกการจัดการกับความเครียด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดรังแค
     * รับประทานผักสด ผลไม้ เมล็ดธัญพืชมากๆ และควรรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำในปริมาณเพียงเล็กน้อยด้วย
     * จำกัดปริมาณการรับประทานน้ำตาลและยีสต์ เพราะสารเหล่านี้อาจส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อราที่เป็นสาเหตุของรังแค
     * รับประทานวิตามินบี ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพผิวและเส้นผม รวมทั้งอาหารประเภทเมล็ดธัญพืช ไข่แดง ถั่วเหลือง กล้วย ถั่วเปลือกแข็ง ผักใบเขียว และอะโวคาโด ซึ่งเป็นอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี
     * รับประทานอาหารที่มีธาตุสังกะสี เพื่อช่วยปรับการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง และช่วยทำให้แผลหายเร็ว เช่น ไข่แดง ปลา(ซาร์ดีน) เนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดธัญพืช เป็นต้น
     * ควรออกไปรับแสงแดดบ้าง โดยเฉพาะแสงแดดก่อน 9 โมงเช้า หรือหลัง 4 โมงเย็น ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง
     * หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เช่น การใช้แชมพูแรง ๆ น้ำยาดัดผม น้ำยาเซ็ทผม น้ำยาย้อมผม และน้ำมันแต่งผม เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้รังแคกำเริบได้

    ทางเลือกในการรักษา   

      ผู้ที่มีปัญหารังแคสามารถเลือกใช้ยาสระผมเพื่อขจัดรังแคชนิดต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

     * ยาสระผมที่มีตัวยาซีลีเนียมซัลไฟด์ (selenium sulfide) ซึ่งออกฤทธิ์โดยลดการผลัดเซลล์ผิวหนังที่ศีรษะ จึงลดการเกิดรังแค
     * ยาสระผมที่มีสารสลายสะเก็ดรังแคให้เล็กลงและหลุดร่วงไป ได้แก่ coal tar (น้ำมันดิน) ซึ่งอาจทำให้เส้นผมที่มีสีอ่อนติดสีได้ แต่อาจมีกลิ่นแรงติดหนังศีรษะและระคายเคืองผิวหนัง
     * ยาต้านเชื้อรา (antifungal preparation) ประกอบด้วยตัวยายับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา เช่น คีโตโคนาโซล (ketoconazole) หรือยาฆ่าเชื้อราที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของยีสต์และการติดเชื้อราอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดรังแค
     * ยาสระผมที่มีตัวยาซิงค์ไพริไธออน (zinc pyrithione) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา จึงช่วยลดอาการคันและการลอกของหนังศีรษะ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องสำอาง
     * ยาทำให้ผิวลอก (keratolytics) เช่น กรดซาลิไซลิค (salicylic acid) ทำให้เคอราติน (keratin) ของผิวหนังอ่อนนุ่มลง หลุดลอกได้ง่ายขึ้น

       โดยแพทย์ส่วนใหญ่มักจะแนะนำให้ใช้ยาสระผมที่ผสมตัวยา 3 ชนิดแรกเป็นประจำทุกวัน จนกว่าจะควบคุมอาการของรังแคได้ ด้วยการพอกยาสระผมทิ้งไว้อย่างน้อย 5-10 นาที ก่อนล้างออก หลังจากที่รังแคหายแล้วอาจลดความถี่ในการใช้ลงเหลือประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และใช้สลับกับยาสระผมชนิดอ่อนปกติได้ ที่สำคัญควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หรือในฉลากยาอย่างเคร่งครัด และควรใช้อย่างระมัดระวังไม่ให้เข้าตา

       แต่ถ้าหากใช้ยาสระผมขจัดรังแคแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพราะรังแคอาจเป็นอาการของโรคผิวหนังอื่นๆ ได้อีกด้วยค่ะ


เลือกใช้แชมพูให้เหมาะกับสภาพเส้นผม










ที่มา...HealthToday

ข่าวสาร-บทความ อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ผมสวยแบบไร้รังแค
แก้ปัญหาผมร่วง รังแค ได้ง่ายๆ ด้วย “เบคกิ้งโซดา”
CLEAN & CLEAR ขจัดรังแคด้วยพลังมะกรูด
หน้าหนาวทีไร..มักเป็นรังแคทุกที
ขจัดรังแคด้วยเบกกิ้งโซดา
แชมพูขจัดรังแค
สกัด (จุด) รังแค ด้วยแชมพูเริ่ด ๆ
น้ำแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์แก้รังแค
วิธีหลีกเลี่ยงรังแค
วิธีขจัดรังแค
 
รังแค
 
Popular Tag : คำค้นยอดนิยม ผู้หญิง แฟชั่น เสื้อผ้า ความรัก สุขภาพ ความงาม
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
* นามแฝง หรือ e-mail คุณ
 
ความคิดเห็นที่ 2  
ความคิดเห็นที่ 1  
 
 
ดูทั้งหมด
5 ของแสลงที่ควรหนีให้ห่างหลังการผ่าตัดเสริมนม 5 ของแสลงที่ควรหนีให้ห่างหลังการผ่าตัดเสริมนม
ผมสวยแบบไร้รังแค ผมสวยแบบไร้รังแค
หนาวแล้วมาดูแล “ผิวแห้งคัน...ป้องกันการติดเชื้อ” หนาวแล้วมาดูแล “ผิวแห้งคัน...ป้องกันการติดเชื้อ”
รักษา “โรคเซ็บเดิร์ม” ได้ด้วยเคล็ดลับบ้านๆ รักษา “โรคเซ็บเดิร์ม” ได้ด้วยเคล็ดลับบ้านๆ
Images Pro มาตรฐานสีผมโดนใจ การันตีไร้ผมเสีย Images Pro มาตรฐานสีผมโดนใจ การันตีไร้ผมเสีย
ดูแลสุขภาพผิวอย่างไร ให้พร้อมท้าลมหนาว ดูแลสุขภาพผิวอย่างไร ให้พร้อมท้าลมหนาว
เรื่องที่น่าสนใจอัพเดทประจำวัน
มนุษย์เงินเดือน เขาทำกันแบบไหนรับมือการทำงานในยุคดิจิทัล มนุษย์เงินเดือน เขาทำกันแบบไหนรับมือการทำงานในยุคดิจิทัล
'Let's Celebrate 2018' ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนด้วยซานต้ายักษ์ที่ใหญ่ที่สุด 'Let's Celebrate 2018' ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนด้วยซานต้ายักษ์ที่ใหญ่ที่สุด
SpeakUp SpeakOut หยุด...การกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงทุกรูปแบบ SpeakUp SpeakOut หยุด...การกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงทุกรูปแบบ
หยุด! คำร้ายครอบครัวด้วยคำพูดร้ายที่ไม่อยากได้ยิน หยุด! คำร้ายครอบครัวด้วยคำพูดร้ายที่ไม่อยากได้ยิน
ไอเดียเก๋ๆ แต่งบ้านส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไอเดียเก๋ๆ แต่งบ้านส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
มาร่วมกันสร้างสังคมนมแม่ ให้ยั่งยืนในงานสัปดาห์นมแม่โลก 2017 มาร่วมกันสร้างสังคมนมแม่ ให้ยั่งยืนในงานสัปดาห์นมแม่โลก 2017
 
 
ข่าวสารบทความ |เซ็กส์ ความรัก | เคล็ดลับสุขภาพ | Beauty Trips | Hair Intrend | Hot Fashion | แม่และเด็ก