ตั้ง iPuYing.com เป็นหน้าแรก | ติดต่อโฆษณา
เรื่องผู้หญิง ข่าวสารผู้หญิง เคล็ดลับสุขภาพ Beauty Trips Hair Intrend Hot Fashion แม่และเด็ก
เคล็ดลับสุขภาพ
โรคตา...อันตรายที่เกิดขึ้นได้จากการทำงาน


        ปัจจุบันการทำงานของหลายๆ คนอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและดวงตาได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน สิ่งแวดล้อม และอุปกรณ์ที่ใช้ เราจึงควรทราบถึงสาเหตุและการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับตา เพื่อความปลอดภัย

   อันตรายกับตาที่อาจเกิดขึ้น  

      ประเภทของงานที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตาที่พบบ่อย ได้แก่ การทำงานก่อสร้าง งานอุตสาหกรรม งานกลางแจ้ง และอาจจำแนกอันตรายต่อตาจากการทำงานได้ดังนี้

     - อันตรายจากสารเคมี ทั้งสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่าง โดยด่างจะมีอันตรายมากกว่ากรด พบมากในคนที่ทำงานในห้องทดลอง ในโรงงานทำน้ำยาทำความสะอาด ในโรงงานที่เกี่ยวกับสารเคมี เป็นต้น

     - มีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา อาจเป็นเพียงฝุ่นละออง หรือเศษวัสดุจากการทำงานในโรงงาน เช่น เศษเหล็ก เศษไม้ เศษแก้ว ซึ่งการเอาออกโดยเร็วและป้องกันการติดเชื้อเป็นการรักษาที่ดีที่สุด

     - เกิดเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ มักพบในงานทำอาหาร เกษตรกรรม ในคนงานที่แพ้สารบางตัว หากตรวจพบอาจต้องเลี่ยงงานที่สัมผัสกับสิ่งที่แพ้

     - แรงกระแทกจากวัสดุต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยไม่มีการฉีกขาดของลูกตา หากแรงกระแทกถูกดวงตาโดยตรง อาจทำให้เกิดเลือดออกภายในดวงตา มีการเคลื่อนที่ของอวัยวะภายในตา เช่น ม่านตาฉีกขาด แก้วตาเคลื่อนที่ เลือดออกภายในตา จอประสาทตาช้ำ บวม โดยการบอบช้ำของอวัยวะภายในลูกตาจะทำให้สายตามัวลงได้ ทั้งทันทีหรือมัวตอนหลัง ขึ้นอยู่กับลักษณะของอุบัติเหตุดังนี้
         * เลือดออกในช่องหน้าลูกตา (hyphema) พบบ่อยจากการที่วัสดุกระแทกเบ้าตาในผู้ที่ใช้เชือกกระตุกเครื่องยนต์ แล้วปลายเชือกอาจตวัดถูกตา ทำให้เกิดการฉีกขาดของหลอดเลือดบริเวณมุมตา หรือฐานของม่านตา ทำให้มีเลือดออกทันที โดยในระยะแรกอาจมีเลือดออกไม่มาก แต่ต้องระวังภาวะเลือดออกซ้ำ ซึ่งมักจะเกิดในช่วง 2–5 วันหลังอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้เกิดต้อหินแทรกซ้อนตามมา
         * แก้วตาหลุดจากที่ (lens dislocation) เป็นอีกภาวะหนึ่งที่อาจเกิดหลังโดนกระแทกบริเวณตา ทำให้ตามัวลง เนื่องจากไม่มีแก้วตาในการรวมแสง อีกทั้งแก้วตาที่หลุดอาจมีการกระแทกถูกแก้วตา ทำให้เกิดต้อกระจกในภายหลัง หรือในบางครั้งอาจเกิดภาวะต้อหินแทรกได้
         * เลือดออกในน้ำวุ้นตา จากการฉีกขาดของหลอดเลือดจอตา ทำให้ตามัวลงอย่างฉับพลัน หรือมัวลงไม่มาก ขึ้นอยู่กับจำนวนเลือดที่ออก
         * จอตาหลุดลอก โดยแรงกระแทกทำให้จอตาฉีกขาดบางจุด แล้วมีจอตาหลุดลอกตามมา
         * ต้อหิน ในบางครั้งแรงกระแทกบริเวณมุมตาทำให้บริเวณนั้นบวม มีการอักเสบ และอาจเกิด ต้อหินภายหลังจากเกิดอุบัติเหตุหลายๆ ปี (ซึ่งเจ้าตัวอาจลืมไปแล้ว) แต่แพทย์สามารถตรวจพบร่องรอยความผิดปกติได้ที่บริเวณมุมตา
         * การได้รับแรงกระแทกบริเวณเส้นประสาทตาที่อยู่หลังลูกตา ทำให้ประสาทตาขาด หลอดเลือดที่มาเลี้ยงประสาทตาขาด หรือมีเลือดออกไปกดประสาทตา ตลอดจนมีเศษกระดูกแตกไปกดประสาทตา โดยจะขึ้นอยู่กับความรุนแรง บางรายอาจทำให้ตามัวลงทันทีหรือค่อยๆ มัวลงก็ได้
         * อุบัติเหตุบริเวณเบ้าตาซึ่งเป็นกระดูกห่อหุ้มดวงตา ที่พบบ่อยคือ กระดูกเบ้าตาส่วนฐาน (fracture floor of orbit) เป็นบริเวณที่กระดูกค่อนข้างบาง พบว่าลูกตาข้างนั้นจะยุบลง มีอาการชารอบๆ เบ้าตา เห็นภาพเป็น 2 ภาพ จากการที่กล้ามเนื้อกลอกตาถูกกระดูกเบ้าตารัดไว้ ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการผ่าตัดซ่อมกระดูกเบ้าตา

     - ลูกตาแตกหรือมีรอยฉีกขาดทะลุเข้าลูกตา อาจเกิดจากแรงกระแทกหรือของมีคมบาดตา เช่น เศษเหล็ก เศษหินเจีย เศษปูน ตะปูบาด การฉีกขาดของลูกตา และอาจทำให้มีสิ่งแปลกปลอม เศษเหล็ก เศษหิน ฝังอยู่ในลูกตา ก่อให้เกิดการติดเชื้อ อักเสบภายในลูกตา หรือเศษเหล็กที่ฝังในลูกตาไปทำให้อวัยวะภายในลูกตาถูกเบียดด้วยสนิมเหล็ก จึงสูญเสียการมองเห็นในภายหลัง หรือบางครั้งอาจทำให้ลูกตาฉีกขาดเป็นรูเล็กๆ และรูนี้อาจอุดหายเอง แต่มาทราบภายหลังจากการเป็นสนิมภายในตา ดังนั้นหากลูกตาฉีกขาดต้องได้รับการตรวจดูแล รักษา และติดตามอย่างดีจากจักษุแพทย์ทุกราย เพราะหากรับการรักษาไม่ทันอาจมีโอกาสสูญเสียสายตาได้มาก นอกจากนี้ การมีลูกตาข้างหนึ่งฉีกขาดจากอุบัติเหตุ บางรายอาจเกิดภาวะการอักเสบของตาอีกข้างที่เรียกกันว่า sympathetic ophthalmia จึงควรได้รับการตรวจรักษาในทันที

        อันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งคลื่นแต่ละชนิดมีอันตรายกับตาที่แตกต่างกันดังนี้

         o แสงที่เห็นได้ด้วยตาที่มีขนาดความยาวคลื่น 400–700 นาโนมิเตอร์ อาจทำให้เกิดภาวะต้อเนื้อ ต้อกระจก กระจกตาเสื่อม จอตาเสื่อมได้ ดังนั้นในชาวประมง หรือผู้ทำงานในที่สูง ทำงานกลางแจ้งนานๆ ต้องระวัง
         o รังสียูวี ทั้งที่มาจากแสงแดด หรือหลอดไฟบางชนิด โดยพบว่าทั้งรังสียูวีเอและยูวีบีทำให้เกิดต้อเนื้อ กระจกตาเสื่อม ส่วนยูวีบีทำให้เกิดต้อกระจก
         o รังสีอินฟาเรด พบในอุตสาหกรรมแก้วและโลหะ โดยรังสีอินฟาเรดที่ออกมาทำให้ม่านตาร้อน น้ำในลูกตาร้อน ก่อให้เกิดต้อกระจกได้ ลักษณะที่บอกว่าเป็นผลจากรังสีอินฟาเรดคือ การมีผิวแก้วตาหลุดลอกออกมาที่เรียกว่า true exfoliation ตามด้วยต้อกระจกในที่สุด
         o ไมโครเวฟ แม้จะพบว่าทำให้เกิดต้อกระจกในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันในคน โดยเฉพาะการใช้เตาไมโครเวฟในครัวเรือน ซึ่งสัมผัสกับรังสีที่ออกจากไมโครเวฟน้อยมาก แต่ทหารที่ใช้เครื่องเรดาร์ที่อาจมีรังสีนี้ออกมาตรงๆ คงต้องระวัง เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อดวงตาได้
         o รังสีจากการเชื่อมโลหะ (welding arc) ซึ่งให้รังสีตั้งแต่ 200–1400 นาโนมิเตอร์ จึงทำให้เกิดการอักเสบทั้งของเยื่อบุตาและผิวกระจกตา ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดมาก ตลอดจนทำให้เกิดต้อกระจกและจอตาเสื่อมได้
 
     - ภยันตรายในเกษตรกรรม
ที่พบบ่อยได้แก่ ใบไม้ กิ่งไม้ เกี่ยวถูกตา ทำให้มีแผลถลอกบริเวณกระจกตา อุบัติเหตุจากเศษใบไม้ กิ่งไม้ มักจะนำไปสู่การติดเชื้อราที่กระจกตาซึ่งยากแก่การรักษา เพราะยาฆ่าเชื้อรามีประสิทธิภาพไม่ดีนัก ที่ต้องไม่ลืมอีกอย่างก็คือ การใช้สารเคมีเป็นปุ๋ย ยาฆ่าวัชพืช ซึ่งอาจพลาดพลั้งเข้าตา ดังนั้นจึงควรให้การปฐมพยาบาลเมื่อสารเคมีเข้าตา

   6 วิธีป้องกัน   

         จะเห็นว่าอันตรายต่อตาจากการทำงานมีมากมายตามแต่สภาพของงาน แต่ก็มีคนศึกษาพบว่า กว่าร้อยละ 90 ของอันตรายดังกล่าวสามารถป้องกันได้ จึงควรเน้นการป้องกันไว้ก่อนดังนี้

      1. การตรวจวัดสายตาและแก้ไขสายตาผิดปกติ เพื่อให้พนักงานมีสายตาดี ซึ่งจะลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
      2. จัดแสงสว่างให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
      3. ควรให้พนักงานใช้หน้ากากนิรภัยซึ่งทำจากสารที่ทนต่อแรงกระแทก แม้ในระยะแรกอาจจะไม่ถนัด แต่เมื่อใช้ไปก็จะทำให้ปรับตัวได้ และมีความปลอดภัยในการทำงานมากกว่า
      4. แว่นตานิรภัย ต้องมีเพียงพอสำหรับพนักงานที่อาจได้รับฝุ่น หรือเศษวัสดุกระเด็นเข้าตา โดยเลนส์แว่นตาควรทำจากสาร polycarbonate ซึ่งเหนียวและทนต่อแรงกระแทกได้ดี
      5. ใช้แว่นที่เหมาะสม ในบางกรณีเลนส์แว่นตาที่ใช้อาจจะต้องป้องกันแสงบางคลื่นได้โดยเฉพาะ เช่น ในห้องทดลอง หรือห้องที่ใช้แสงเลเซอร์
      6. ควรมีน้ำเกลือสำรองไว้ในโรงงานที่มีสารเคมี เมื่อมีสารเคมีกระเด็นเข้าตาจะได้รีบล้างออกในทันที



        ถ้ารู้ทั้งวิธีป้องกันและแก้ไขเช่นนี้ น่าจะช่วยให้ตาของเราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

















ที่มา...HealthToday

ข่าวสาร-บทความ อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
'ขนตาปลอม' มีอันตรายต่อดวงตาหรือไม่
สาระน่ารู้ 8 ข้อ (ไม่) ควรปฏิบัติเกี่ยวกับดวงตา
8 เคล็ดลับสุดง่ายช่วยรักษาดวงตาให้ชุ่มชื้น
ปกป้องดวงตาของคุณจากอันตรายด้วยผัก 8 ชนิด
5 ทิปส์ดูแลสุขภาพดวงตารับหน้าร้อน
ทำไมผิวรอบดวงตาถึงต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
เคล็ดลับจัดการผิวรอบดวงตา เพื่อรูปเซลฟี่โดนใจ โดยไม่ต้องพึ่งแอพฯ
เลือกอายครีมให้ตรงปัญหาผิวรอบดวงตา
Maybelline The Nudes Palette เติมเสน่ห์ให้ดวงตาคู่สวย
ขนตาปลอมหลากหลายแบบ ..เลือกให้เข้ากับดวงตา
 
ดวงตา ภูมิแพ้ ต้อ
 
Popular Tag : คำค้นยอดนิยม ผู้หญิง แฟชั่น เสื้อผ้า ความรัก สุขภาพ ความงาม
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
* นามแฝง หรือ e-mail คุณ
 
 
 
ดูทั้งหมด
สุดยอดวิธี เปลี่ยนผิวสตอเบอรี่ให้กลับมาเรียบเนียน สุดยอดวิธี เปลี่ยนผิวสตอเบอรี่ให้กลับมาเรียบเนียน
สูตรเด็ด น้ำหนักลดฮวบใน 3 วัน สูตรเด็ด น้ำหนักลดฮวบใน 3 วัน
ทำลิปทิ้นใช้เองง่ายๆ แถมไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำลิปทิ้นใช้เองง่ายๆ แถมไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
เคลย์ เดอ โป โบเต้ ขอแนะนำ 10th Anniversary Synactif Exclusive Kit เคลย์ เดอ โป โบเต้ ขอแนะนำ 10th Anniversary Synactif Exclusive Kit
5 เคล็ดลับสุขภาพผิวดีแบบชาวเกาหลี 5 เคล็ดลับสุขภาพผิวดีแบบชาวเกาหลี
คุณมีสิ่งเหล่านี้ในตู้เสื้อผ้าหรือเปล่า? คุณมีสิ่งเหล่านี้ในตู้เสื้อผ้าหรือเปล่า?
เรื่องที่น่าสนใจอัพเดทประจำวัน
รอยแผลเป็นนูน คีลอยด์ (Keloid) รอยแผลเป็นนูน คีลอยด์ (Keloid)
10 คุณประโยชน์ของเจลาติน 10 คุณประโยชน์ของเจลาติน
6 คุณประโยชน์ของวาซาบิแท้ดั้งเดิมที่ดีต่อใจ! 6 คุณประโยชน์ของวาซาบิแท้ดั้งเดิมที่ดีต่อใจ!
8 อาหารแก้ปัญหาท้องอืด 8 อาหารแก้ปัญหาท้องอืด
5 ประโยชน์ของฮาเซลนัทช่วยบำรุงผิว 5 ประโยชน์ของฮาเซลนัทช่วยบำรุงผิว
5 เทคนิคชอปปิ้งออนไลน์สุดคุ้ม 5 เทคนิคชอปปิ้งออนไลน์สุดคุ้ม
 
 
ข่าวสารบทความ |เซ็กส์ ความรัก | เคล็ดลับสุขภาพ | Beauty Trips | Hair Intrend | Hot Fashion | แม่และเด็ก