ตั้ง iPuYing.com เป็นหน้าแรก | ติดต่อโฆษณา
เรื่องผู้หญิง ข่าวสารผู้หญิง เคล็ดลับสุขภาพ Beauty Trips Hair Intrend Hot Fashion แม่และเด็ก
เคล็ดลับสุขภาพ
5 กลุ่มวิตามินช่วยต้านอาการท้องผูก



     สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงอาการที่เชื่อว่าต้องเกิดขึ้นกับผู้คนทุกเพศทุกวัย ซึ่งก็คืออาการท้องผูก (constipation) นั่นเองค่ะ โดยปกติแล้ว อาการท้องผูกมักจะเกิดจากการขับถ่ายน้อยกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ อุจจาระมีความแข็งผิดปกติ รู้สึกอึดอัดเหมือนยังขับถ่ายไม่หมด และถ้าหากอาการท้องผูกยังไม่บรรเทาภายใน 3 สัปดาห์ ก็ อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคที่ร้ายแรงกว่าเดิมได้
     เมื่อพูดถึงสาเหตุของการเกิดอาการท้องผูกนั้นก็มีหลากหลายสาเหตุทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารที่ไฟเบอร์น้อยเกินไป ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ไม่ค่อยออกกำลังกาย Thaiza จึงมีเคล็ดลับในการรักษาอาการท้องผูกด้วยวิตามินทั้ง 5 ชนิดมาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง!

    1.Vitamin C
    กลุ่มวิตามิน ซี เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่สามารถละลายในน้ำได้ อีกทั้งยังมีสรรพคุณครอบจักรวาล สำหรับวิตามินซีที่ไม่ได้ถูกดูดซึมจะเกิดปฏิกิริยาการดูมซึมภายในระบบทางเดินอาหารที่จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำใ นลำไส้ ทำให้อุจจาระมีความอ่อนตัว ไม่แข็ง และขับถ่ายได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่การบริโภควิตามิน ซี มากเกินไปก็อาจทำให้อาการท้องผูกของคุณแย่ขึ้นได้เช่นเดียวกันค่ะ พ่วงด้วยอาการท้องร่วง ปวดท้อง และคลื่นไส้

    National Institutes of Health (NIH) จึงได้แนะนำปริมาณวิตามิน ซี ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย กล่าวคือ ในวัยผู้ใหญ่ควรบริโภควิตามิน ซี ที่ปริมาณ 2000 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ควรมากไปกว่านั้น สำหรับเด็กๆ อายุต่ำกว่า 18 ปี ควรบริโภควิตามิน ซี วันละ 400-1800 มิลลิกรัมขึ้นอยู่กับช่วงอายุของแต่ละคนนั่นเองค่ะ

    2.Vitamin B-5
    มีการค้นคว้าวิจัยซึ่งตีพิมพ์ลงในวารสาร Acta Vitaminologica et Enzymologica พบว่าวิตามิน บี5 หรือมีอีกชื่อเรียกว่ากรดแพนโทเทนิก (Pantothenic acid) สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ จากสารเด็กซ์แพนทีนอล (Dexpanthenol) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามิน B5 นั่นเอง โดยสารดังกล่าวนี้จะมีหน้าที่ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อที่หดตัวในระบบทางเดินอาหารให้ช่วยย่อยอาหารและลำเลียงอุจจาระไปที่ลำไส้
    ในวัยผู้ใหญ่ควรได้รับวิตามิน บี5 5มิลลิกรัมต่อวัน สุภาพสตรีมีครรภ์หรือกำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตรควรบริโภค 7 มิลลิกรัมต่อวัน และเด็กๆ อายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับวิตามิน B5 1.7-5 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามิน B5 ก็มีให้เลือกมากมายทั้งปลาที่มีกรดไขมันสูง (ปลาเทราต์) เห็ดชิตาเกะ อะโวคาโด้ ไข่ เนื้อไก่ เมล็ดทานตะวันฯลฯ

    3.Folic acid
    Folic acid หรือกรดโฟลิค มีอีกชื่อที่คุ้นเคยกันดีก็คือ วิตามิน บี9 นั่นเอง โดยกรดโฟลิคนี้จะมีส่วนช่วยสร้างกรดในการย่อยอาหาร หรือน้ำย่อยให้มากขึ้น เมื่อน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีมากขึ้น การทำงานของระบบย่อยอาหารก็จะมีประสิทธิภาพการขับถ่ายก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ ถ้าหากเพื่อนๆ ผู้อ่านมีเวลาในการเตรียมอาหารหรือเลือกรับประทานอาหารที่มีกรดโฟลิคดำรงอยู่ก็จะดีกว่าการรับประทานอาหารเสริมเป็นอย่างมากเลยทีเดียวค่ะ เพราะอาหารเหล่านี้จะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่เป็นมิตรต่อลำไส้และระบบย่อยอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ผักโขม บล็อกโคลี อะโวคาโด้ กล้วย สับปะรด ข้าวกล้อง จมูกข้าวสาลี ถั่วชนิดต่างๆ ตับ เนื้อไก่อก เนื้อหมูสันใน เป็นต้นค่ะ ปริมาณโฟลิคที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือ 1000 ไมโครกรัม สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี คือ 300-800 ไมโครกรัมต่อวัน

    4.Vitamin B-12
    การขาดแคลนวิตามิน B12เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก ร่างกายจึงควรได้รับสารอาหารประเภทดังกล่าวนี้ให้เพียงพอเพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย และนอกจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่จะช่วยให้เราได้รับวิตามินอย่างเพียงพอแล้ว ยังมีอาหารอีกหลากชนิดที่อุดมไปด้วยวิตามิน B12 อาทิเช่น ตับวัว ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ และปลาทูน่า เป็นต้น

    5.Vitamin B-1
    วิตามิน B1 เป็นอีกหนึ่งวิตามินที่มีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร หากระบบย่อยอาหารทำงานได้ช้าลงก็อาจก่อให้เกิดอาการท้องผูกได้ กลุ่มอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามิน B1 ก็มีมากมายให้เราได้เลือกสรรรับประทานทั้งกลุ่มธัญพืชอย่าง ข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน แมคคาเดเมีย ถั่วลันเตา ถั่วแระ ถั่วเหลือง งาดำ กลุ่มเนื้อสัตว์เช่น เนื้อหมู ปลาเทราต์ และกลุ่มพืชผักเช่น ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น ในกลุ่มผู้ใหญ่ก็ควรได้รับวิตามินชนิดนี้ 1.1-1.2 มิลลิกรัม และเด็กๆ อายุต่ำกว่า 18 ปีควรได้รับ 0.5-1 มิลลิกรัม

      แม้อาการท้องผูกจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่การรักษาสุขอนามัยของอวัยวะในร่างกายให้แข็งแรงและมีสุขภาพดีอยู่เสมอก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงหมั่นรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ขับถ่ายให้เป็นเวลาและเลือกรับประทานอาหารที่ให้วิตามินตามที่เราได้กล่าวไปข้างต้น เพียงเท่านี้ สุขภาพของคุณก็จะดีขึ้นไม่มีโรคมาคอยกวนใจอีกต่อไป













Sources: www.healthline.com
www.haamor.com
www.healthaliciousness.com


ข่าวสาร-บทความ อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
5 สมุนไพรช่วยต้านอาการท้องผูก
ตัวช่วยลดอาการท้องผูกหาง่ายใกล้ตัว
สมุนไพรแก้ท้องผูก ..เลือกให้ดีก่อนกิน
นวดลำไส้ สลายท้องผูก
ไข่ลวกมื้อเช้า..แก้ปัญหาท้องผูก
ปลดล็อคอาการท้องผูกในผู้สูงอายุ
ท้องผูก-ยกของหนักบ่อย ระวัง!! 'ไส้เลื่อน'
9 ทริคง่าย ๆ แก้ไข “ท้องผูก'
แก้ปมท้องผูกด้วยใยอาหาร
ประคบร้อนเย็นแก้ท้องผูก
 
ท้องผูก วิตามิน
 
Popular Tag : คำค้นยอดนิยม ผู้หญิง แฟชั่น เสื้อผ้า ความรัก สุขภาพ ความงาม
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
* นามแฝง หรือ e-mail คุณ
 
 
 
ดูทั้งหมด
5 ของแสลงที่ควรหนีให้ห่างหลังการผ่าตัดเสริมนม 5 ของแสลงที่ควรหนีให้ห่างหลังการผ่าตัดเสริมนม
ผมสวยแบบไร้รังแค ผมสวยแบบไร้รังแค
หนาวแล้วมาดูแล “ผิวแห้งคัน...ป้องกันการติดเชื้อ” หนาวแล้วมาดูแล “ผิวแห้งคัน...ป้องกันการติดเชื้อ”
รักษา “โรคเซ็บเดิร์ม” ได้ด้วยเคล็ดลับบ้านๆ รักษา “โรคเซ็บเดิร์ม” ได้ด้วยเคล็ดลับบ้านๆ
Images Pro มาตรฐานสีผมโดนใจ การันตีไร้ผมเสีย Images Pro มาตรฐานสีผมโดนใจ การันตีไร้ผมเสีย
ดูแลสุขภาพผิวอย่างไร ให้พร้อมท้าลมหนาว ดูแลสุขภาพผิวอย่างไร ให้พร้อมท้าลมหนาว
เรื่องที่น่าสนใจอัพเดทประจำวัน
มนุษย์เงินเดือน เขาทำกันแบบไหนรับมือการทำงานในยุคดิจิทัล มนุษย์เงินเดือน เขาทำกันแบบไหนรับมือการทำงานในยุคดิจิทัล
'Let's Celebrate 2018' ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนด้วยซานต้ายักษ์ที่ใหญ่ที่สุด 'Let's Celebrate 2018' ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนด้วยซานต้ายักษ์ที่ใหญ่ที่สุด
SpeakUp SpeakOut หยุด...การกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงทุกรูปแบบ SpeakUp SpeakOut หยุด...การกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงทุกรูปแบบ
หยุด! คำร้ายครอบครัวด้วยคำพูดร้ายที่ไม่อยากได้ยิน หยุด! คำร้ายครอบครัวด้วยคำพูดร้ายที่ไม่อยากได้ยิน
ไอเดียเก๋ๆ แต่งบ้านส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไอเดียเก๋ๆ แต่งบ้านส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
มาร่วมกันสร้างสังคมนมแม่ ให้ยั่งยืนในงานสัปดาห์นมแม่โลก 2017 มาร่วมกันสร้างสังคมนมแม่ ให้ยั่งยืนในงานสัปดาห์นมแม่โลก 2017
 
 
ข่าวสารบทความ |เซ็กส์ ความรัก | เคล็ดลับสุขภาพ | Beauty Trips | Hair Intrend | Hot Fashion | แม่และเด็ก